เนื่องจากผลิตภัณฑ์เห็ดหลินจือในท้องตลาดมีหลากหลาย จนทำให้ผู้บริโภคเกิดความสับสนในการเลือกซื้อ ทางบริษัท เฮลท์ อเวนิว จึงทำการสรุปรวบรวมกรรมวิธีการผลิตและการสกัดสารอาหารที่มีประโยชน์ของเห็ดหลินจือออกเป็น 4 ประเภทเพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นดังนี้
เห็ดหลินจือที่โตเต็มที่จะมีลักษณะแข็งกระด้างไม่สามารถรับประทานโดยตรงได้ จึงต้องมีกรรมวิธีในการผลิตและการสกัดสารอาหารที่มีประโยชน์ของเห็ดหลินจือ ซึ่งในปัจจุบันสามารถจำแนกได้ดังต่อไปนี้
- การนำเห็ดไปฝานเป็นแผ่นบางๆ แล้วนำไปต้ม จากนั้นจึงรับประทานน้ำที่ได้จากการต้ม วิธีการนี้จะได้ปริมาณสารสกัดค่อนข้างน้อย และต้องรับประทานในปริมาณมากจึงจะพอเห็นผล (แต่หากนำไปชงน้ำชาก็จะยิ่งได้สารสกัดน้อยลงไปอีก เนื่องจากอุณหภูมิของน้ำร้อนที่นำมาชงน้ำชามีน้อยกว่าอุณหภูมิของน้ำที่นำไปต้มให้เดือด)
- การนำเห็ดไปบดและบรรจุแคปซูล วิธีการนี้จะได้สรรพคุณน้อยที่สุด เนื่องจากสารออกฤทธิ์ในเห็ดหลินจือ จะต้องใช้ความร้อนช่วยในการสกัด ดังนั้นการนำเห็ดมาบดแล้วรับประทานร่างกายจึงไม่ได้รับสารอาหารที่อยู่ในเห็ดหรือได้รับน้อยมาก เพราะร่างกายคนเราอุณหภูมิเพียงแค่ 37 องศาเซลเซียสเท่านั้น
- การสกัดเห็ดหลินจือ ซึ่งโดยปรกติจะต้องสกัดด้วยน้ำภายใต้อุณหภูมิและความดันสูง และคัดกรองสารอาหารที่มีประโยชน์ที่มีความเข้มข้นไว้ วิธีนี้ร่างกายจะดูดซึมสารอาหารในเห็ดที่รับประทานเข้าไปได้ง่าย และได้ความเข้มข้นของสารอาหารสูง ประมาณ 10-40 เท่าของการรับประทานเห็ดต้ม (ความเข้มข้นของการสกัดขึ้นอยู่กับกรรมวิธีของผู้ผลิต)
-
การนำสปอร์ (เมล็ด) ของเห็ดหลินจือมาทำให้แตกตัวด้วยการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อทำให้เปลือกแข็งที่ห่อหุ้มสปอร์ไว้แตกออก ซึ่งเป็นกรรมวิธีใหม่ในการสกัดสปอร์ของเห็ดหลินจือ ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารที่อยู่ภายในสปอร์ได้เต็มที่ ซึ่งหากเป็นสปอร์ที่ยังไม่ได้แตกตัวร่างกายเราก็จะไม่สามารถดูดซึมสารอาหารหรือดูดซึมได้น้อยมาก
|