Final%20Logo re

Health-Avenue.com

Call Center 0-2689-1141,080-599-7864

เห็ดหลินจืิิิอแดงสกัด, สปอร์เห็ดหลินจือ, น้ำมันสกัดจากสปอร์เห็ดหลินจือ

พัฒนาจาก..เห็ดหลินจือในอดีต...จนถึงปัจจุบัน เป็นสปอร์เห็ดหลินจือแตกตัวสกัด (Ultrasonic Extraction)และ สู่การสกัดด้วย Super Critical CO2 จนเป็นน้ำมันสปอร์เห็ดหลินจือของเฮลท์ อเวนิว

Polaroid crop
Process

สปอร์เห็ดหลินจือ/น้ำมันสกัดจากสปอร์เห็ดหลินจือ กับการต่อต้านมะเร็ง

Antitumor activity of the sporoderm-broken germinating spores of Ganoderma lucidum

Cancer Letters 182 (2002) 155-161
Xin Liu(a), Jian-Ping Yuan(a), Xiao-Jun Chen(b)
(a) Food Engineering Research Center of State Education Ministry, Zhongshan University, Guangzhou 510275, People’s Republic of China
(b)Cancer Institute, Sun Yat-Sen University of Medical Sciences, Guangzhou 510060, People’s Republic of China
 
การต่อต้านเนื้องอกของสปอร์เห็ดหลินจือแตกตัว
(เอกสารแปล)
 
  บทคัดย่อ
   การศึกษาผลของการออกฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญเติบโตของมะเร็งตับ และเนื้อเยื่อ
มะเร็ง Sarcoma S-180 และ reticulocyte sarcoma L-II ในหนู ของ (1) สปอร์แห้ง (2) สปอร์ท
ี่พร้อมเจริญพันธุ์ (3) สปอร์ที่พร้อม จริญพันธุ์และผ่านการทำให้แตกตัว (SBGS) และ (4) น้ำมัน
สกัดจากสปอร์ที่พร้อมเจริญพันธุ์ ซึ่งทั้งหมดเป็นสปอร์ของเห็ดหลินจือสายพันธุ์สีแดง
  สปอร์แห้งสามารถถูกกระตุ้นให้ออกฤทธิ์ได้โดยการนำไปเพาะ ในบรรดาสปอร์ทั้ง 4 ชนิด
สปอร์ที่ยังมีชีวิตอยู่แต่ผ่านการทำให้แตกตัว (SBGS) จะออกฤทธิ์ทางชีวภาพได้สูงสุด ในการ
ทดลองที่มีการควบคุมปริมาณการให ้สปอร์ พบว่าทั้งน้ำมันสกัดจากสปอร์ที่ยังมีชีวิตและสปอร์ที่ยังมีชีวิตอยู่แต่ผ่านการทำให้แตกตัว (SBGS) จะส่งผลในการต่อต้านเนื้อเยื่อมะเร็งอย่างชัดเจน และ
สามารถต่อต้านเนื้อเยื่อมะเร็งทั้งสามชนิดได้ถึง 80-90%
 
  บทนำ
  ในประเทศจีนและประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกมีการใช้เห็ดหลินจืออย่างแพร่หลายเป็นยาแผนโบราณ เพื่อการป้องกันและรักษาโรคหลายๆ ชนิด เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดลมอักเสบ โรคข้อต่ออักเสบ โรคประสาทที่มีอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง โรคมะเร็งตับ โรคตับอักเสบเรื้อรังจากไวรัส โรคไต โรคแผลกระเพาะอาหาร โรคที่มีความเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง โรคคลอเรสเตอรอลสูง โรคระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง และโรครอยแผลเป็นบนผิวหนัง (Scleroderma)[1-7]
ด้วยคุณสมบัติในการต่อต้านเนื้องอก และเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ประกอบกับไม่เป็นพิษต่อร่างกาย ทำให้มีความเป็นไปได้มากที่เห็ดหลินจือจะมีประสิทธิภาพในการป้องกันร่างกาย
จากปฏิกิริยา oxidation และโรคที่เกิดขึ้นจากปฏิกิริยาดังกล่าว [8]
  การรับประทานเห็ดหลินจือนั้นปลอดภัยมากเพราะไม่ก่อให้เกิดพิษต่อร่างกาย [11,12]และมีการค้นพบที่เป็นประโยชน์อย่างมากในการใช้เห็ดหลินจือเพื่อป้องกันโรคต่างๆ สำหรับมนุษย์ [8] แม้ว่าในประเทศจีนจะมีผู้นำดอก เห็ดหลินจือมาใช้เป็นยาแล้วหลายพันปี แต่สปอร์เห็ดหลินจือเพิ่ง
จะถูกค้นพบและเริ่มนำมาใช้ในศตวรรษที่ 20เท่านั้น โดยสปอร์เห็ดหลินจือมีสารออกฤทธิ์ทาง
ชีวภาพส่วนใหญ่เหมือนในดอกเห็ดหลินจือแต่ผลของการออกฤทธิ์ทางชีวภาพของสปอร์เห็ดหลินจือนั้นสูงกว่าดอกเห็ดหลินจือ [13]
  ในการศึกษาวิจัยหลายๆ ชิ้นเมื่อไม่นานมานี้ แสดงให้เห็นว่า สปอร์เห็ดหลินจือมีผลในการต่อต้านเนื้องอก [14] และต่อต้านความบกพร่องของระบบภูมิคุ้มกันร่างกายในการกำจัดเชื้อไวรัสอย่างมีนัยสำคัญ [13] อย่างไรก็ตามผลของการต่อต้านดังกล่าวจะค่อนข้างสัมพันธ์อย่างมากกับลักษณะของสปอร์ที่นำมาใช้ ซึ่งสปอร์ที่ถูกทำให้แตกตัวจะเพิ่มประสิทธิภาพของผลการต่อต้านเชื้อไวรัส
ในขณะที่สปอร์ที่ไม่ได้ถูกทำให้แตกตัวจะไม่พบผลของการต่อต้าน เชื้อดังกล่าวเลย [14]
  สปอร์ที่พร้อมเจริญพันธุ์และผ่านการทำให้แตกตัว (SBGS) ได้ถูกนำมาใช้เป็นอาหาร
เสริมสุขภาพในประ-เทศจีนสำหรับป้องกันและรักษาโรคระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง โรคความดันโลหิต
สูง โรคไขมันคลอเรสเตอรอลสูง โรคประสาทที่มีอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง โรคเบาหวาน โรคตับ
โรคแผลในกระเพาะอาหาร โรคที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง เป็นต้น
  วัตถุประสงค์ของงานวิจัยชิ้นนี้เพื่อศึกษาผลการต่อต้านเนื้องอกของสปอร์เห็ดหลินจือที่
พร้อมเจริญพันธุ์และผ่านการทำให้แตกตัว (SBGS) โดยจะศึกษาผลของสปอร์แต่ละชนิดที่มีผลต่อ
การเติบโตของมะเร็งตับและเนื้อเยื่อ มะเร็ง sarcoma S-180 และ reticulocyte sarcoma L-II ในหนู

  สิ่งที่ใช้ในการทดลอง
  - ต้นและสปอร์เห็ดหลินจือ
  เห็ดหลินจือที่เพาะปลูกในบริเวณป่าที่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,000 เมตร ในเขต Fujian ของประเทศจีน ซึ่งก่อตั้งโดย Food Engineering Research Center of State Education Ministry และ Guangzhou Green- Enhan Bio-Engineering Co., Ltd. สปอร์ของเห็ดหลินจือท
ี่เก็บมาและกระตุ้นโดยการนำมาเพาะ จากนั้นสปอร์ ของเห็ดหลินจือที่พร้อมเจริญพันธุ์จะถูกทำมา
ทำให้แตกตัวด้วยอัตราการแตกตัวสูงถึง 99.8% สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพจะถูกสกัดจากสปอร์ SBGS โดยกรรมวิธี supercritical carbon dioxide extraction เพื่อที่จะเปรียบเทียบผลของสปอร
์แห้ง จึงมีการซื้อผลสปอร์แห้งมาจากร้านขายยาในเขตพื้นที่

  - เซลล์เนื้องอกและสารเคมี
  เซลล์มะเร็งตับ hepatoma, เนื้อเยื่อมะเร็ง sarcoma S-180 และ เนื้อเยื่อมะเร็ง reticulocyte sarcoma L-II ในหนูได้รับมาจากสถาบันมะเร็ง Sun Yat-Sen University of Medical Sciences. เครื่องฉายแสง (CTX) มาจาก Shanghai No.12 Pharmaceutical Factory เซี่ยงไฮ้
ประเทศจีน

  วิธีการทดลอง
  เซลล์มะเร็งตับ เนื้อเยื่อมะเร็ง sarcoma S-180 และเนื้อเยื่อมะเร็ง reticulocyte sarcoma L-II ในหนูจะ ถูกฉีดเข้าทางช่องท้องและเพาะเลี้ยงในตัวหนู จะมีการเก็บของเหลวในช่องท้องในวันที่ 7 หลังจากมีการปลูกถ่าย เซลล์เนื้อเยื่อมะเร็งเข้าไปในหนูทดลอง จากนั้นเซลล์เนื้องอกจากของเหลวในช่องท้องจะถูกทำให้เจือจางเพื่อให้ ได้สารแขวนลอยที่มีความเข้มข้น 5x107 เซลล์/ม.ล. ในการทดลองจะฉีดสารแขวนลอย 0.2 มิลลิลิตร (1x107 เซลล์) เข้าไปใต้รักแร้ด้านขวาของตัวหนูโดยการใช้อีเทอร์เพื่อให้เกิดอาการชาและไม่เจ็บปวด หนูที่ทำการปลูกถ่ายเซลล์เนื้อเยื่อมะเร็งจะถูกสุ่มนำมาทำการทดลองทั้งหมด 8 กลุ่ม (ใช้หนู 10 ตัวต่อหนึ่งกลุ่ม) โดยมีค่าเฉลี่ยของน้ำหนักตัว
แต่ละกลุ่มที่ใกล้เคียงกัน ภายหลังการปลูกถ่ายเนื้อเยื่อมะเร็ง 24 ชั่วโมง หนูจะถูกทำการรักษาด้วยวิธีต่างๆ ที่กำหนดผ่านทางท่ออาหารเป็นเวลาติดต่อกัน 7 วัน ดังนี้
  กลุ่ม 1 : หนู 10 ตัว จะได้รับเฉพาะน้ำเกลือ 20 มิลลิลิตร/กิโลกรัม ต่อวัน
  กลุ่ม 2 : หนู 10ตัวจะได้รับการฉายแสง 20 มิลลิลิตร/กิโลกรัม ต่อวัน
  กลุ่ม 3 : หนู 10 ตัวจะได้รับผงสปอร์แห้งของเห็ดหลินจือ 8 กรัม/กิโลกรัม ต่อวัน โดยแบ่งให้ 2 ครั้ง
  กลุ่ม 4 : หนู 10 ตัวจะได้รับผงสปอร์เห็ดหลินจือที่พร้อมเจริญพันธุ์ 8 กรัม/กิโลกรัม ต่อวัน
โดยแบ่งให้ 2 ครั้ง
  กลุ่ม 5 : หนู 10 ตัวจะได้รับผงสปอร์เห็ดหลินจือแตกตัว SBGS 2 กรัม/กิโลกรัม ต่อวัน โดยแบ่งให้ 2 ครั้ง
  กลุ่ม 6 : หนู 10 ตัวจะได้รับผงสปอร์เห็ดหลินจือแตกตัว SBGS 4 กรัม/กิโลกรัม ต่อวัน โดยแบ่งให้ 2 ครั้ง
  กลุ่ม 7 : หนู 10 ตัวจะได้รับผงสปอร์เห็ดหลินจือแตกตัว SBGS 8 กรัม/กิโลกรัม ต่อวัน โดยแบ่งให้ 2 ครั้ง
  กลุ่ม 8 : หนู 10 ตัวจะได้รับน้ำมันสกัดจากสปอร์เห็ดหลินจือแตกตัว SBGS 5 กรัม/กิโลกรัม ต่อวัน
  หลังจากนั้นวันที่ 8 (1 วันหลังจากให้การรักษาวันสุดท้าย) หนูทดลองทั้งหมดจะถูกฆ่าเพื่อนำเซลล์เนื้องอกมาชั่งน้ำหนักอย่างรวดเร็วความสามารถในการต่อต้านเนื้องอกของสารทดลองที่ใช้จะถูกประเมินจากน้ำหนักของเนื้องอกที่ลดลงและผลการต่อต้านของมัน

  การวิเคราะห์เชิงสถิติ
  ความแตกต่างของผลการทดลองในแต่ละกลุ่มจะถูกวิเคราะห์โดยการเปรียบเทียบเชิงซ้อน multiple comparison โดยใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวน (analysis of variance) โดยค่าการทดลองที่ได้จากแต่ละกลุ่ม จะถูกพิจารณาว่าอยู่ในระดับที่มีความสำคัญก็ต่อเมื่อค่า P น้อยกว่า 0.05 เมื่อ
เปรียบเทียบกับกลุ่มหนูทดลองกลุ่ม ที่ 1 (กลุ่มที่ให้เฉพาะน้ำเกลือ)
 
  ผลการทดลอง
  ลักษณะโดยทั่วไปของเห็ดหลินจือจะประกอบด้วยกลุ่มสารอาหารต่างๆ หลายชนิด ซึ่งแต่
ละกลุ่มจะทำงานทั้งแบบเป็นอิสระและทำงานร่วมกันในการแสดงผลออกฤทธิ์ทางยาของเห็ดหลินจือ [10] ดังนั้นในการศึกษาครั้งนี้ จึงใช้สารทั้งหมดที่ได้จากการสกัดสปอร์เห็ดหลินจือที่พร้อมเจริญพันธุ์เพื่อใช้ในการทดลอง เนื่องจากโดยทั่วไปแล้วยาแผนโบราณจะถูกนำมาใช้โดยการรับประทาน ดังนั้นผลการต่อต้านมะเร็งของสปอร์เห็ดหลินจือในการศึกษาครั้งนี้จึงได้ทำการทดสอบ
โดยใช้การรับประทานเช่นกัน
  เซลล์มะเร็งตับ เนื้อเยื่อมะเร็ง sarcoma S-180 และ reticulocyte sarcoma L-II ในหนู
ซึ่งทั้ง 3 ชนิดเป็นลักษณะของเซลล์เนื้องอกที่ผิดปกติ มักจะถูกใช้ในการศึกษาผลการต่อต้านเนื้อ
งอกของยา ในการศึกษาครั้งนี้ จะให้หนูกินสปอร์เห็ดหลินจือเป็นระยะเวลาติดต่อกัน 7 วันโดยเริ่ม
จากวันที่ตรวจพบการเจริญเติบโตของเนื้องอกทั้งสาม ชนิดที่ถูกเพาะในตัวหนู
  น้ำหนักของเนื้องอกจะถูกบันทึกหลังจากมีการให้สปอร์เห็ดหลินจือและการฉายแสงติดต่อ
กัน 7 วัน ดังแสดงในรูป 1-3 ตามลำดับ โดยน้ำหนักของเนื้องอกสำหรับกลุ่มที่ 1 (ได้รับเฉพาะน้ำ
เกลือ) หลังจากการทดลองแล้ว 7 วันจะอยู่ที่ 1.78+/-0.13 กรัม สำหรับเนื้องอกมะเร็งตับ 2.17+/-0.16 กรัม สำหรับเนื้อเยื่อมะเร็ง sarcroma S-180 และ 2.21+/-0.21 กรัม สำหรับเนื้อเยื่อมะเร็ง reticulocyte sarcoma L-II

วิจัยน้ำมัน1

รูปที่ 1. ผลการรับประทานสปอร์แห้ง (Spores), สปอร์ที่พร้อมเจริญพันธุ์ (GS), สปอร์แตกตัว SBGS, น้ำมันสกัดจากสปอร์ที่พร้อมเจริญพันธุ์ และการฉายแสง (CTX) ที่มีผลต่อต้านการเจริญเติบโตของเนื้องอกมะเร็งตับโดยกราฟ แต่ละแท่งแสดงน้ำหนักเฉลี่ย +/-±SD ของหนู 10 ตัวในแต่ละกลุ่มซึ่งความแตกต่างของน้ำหนักเนื้องอกเมื่อเปรียบ เทียบกับกลุ่มที่ให้ เฉพาะน้ำเกลือ (1.78±±±+/-±±0.13 กรัม) ที่มีนัยสำคัญจะถูกบ่งชี้โดย P < 0.001

วิจัยน้ำมัน2

รูปที่ 2. ผลการรับประทานสปอร์แห้ง (Spores), สปอร์ที่พร้อมเจริญพันธุ์ (GS), สปอร์แตกตัว SBGS, น้ำมันสกัดจากสปอร์ที่พร้อมเจริญพันธุ์ และการฉายแสง (CTX) ที่มีผลต่อต้านการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อมะเร็ง sarcoma S-180 โดยกราฟ แต่ละแท่งแสดงน้ำหนักเฉลี่ย +/-±SD ของหนู 10 ตัวในแต่ละกลุ่มซึ่งความแตกต่างของน้ำหนักเนื้องอกเมื่อเปรียบเทียบ กับกลุ่มที่ให้เฉพาะน้ำเกลือ (2.17±+/-±±0.16 กรัม) ที่มีนัยสำคัญจะถูกบ่งชี้โดย P < 0.001

วิจัยน้ำมัน3

รูปที่ 3. ผลการรับประทานสปอร์แห้ง (Spores), สปอร์ที่พร้อมเจริญพันธุ์ (GS), สปอร์แตกตัว SBGS, น้ำมันสกัดจากสปอร์ที่พร้อมเจริญพันธุ์ และการฉายแสง (CTX) ที่มีผลต่อต้านการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อมะเร็ง reticulocyte sarcoma L-II โดยกราฟแต่ละแท่งแสดงน้ำหนักเฉลี่ย+/-±SD ของหนู 10 ตัวในแต่ละกลุ่มซึ่งความแตกต่างของน้ำหนักเนื้องอกเมื่อ เปรียบเทียบกับกลุ่มที่ให้เฉพาะน้ำเกลือ (2.21±+/-±±0.21 กรัม) ที่มีนัยสำคัญจะถูกบ่งชี้โดย P < 0.001

จากผลการทดลอง แสดงให้เห็นว่า สปอร์เห็ดหลินจือสามารถลดน้ำหนักของเนื้องอกอย่างเห็น
ได้ชัดเมื่อเทียบกับ กลุ่มที่ไม่ได้รับสปอร์ โดย
  : กลุ่มที่ได้รับสปอร์แห้ง (ปริมาณ 8 กรัม/กิโลกรัม ต่อวัน) จะลดน้ำหนักของเนื้องอก
เหลือ 81.0-83.2% ของน้ำหนักเนื้องอกของกลุ่มที่ไม่ได้รับสปอร์
  : กลุ่มที่ได้รับสปอร์ที่พร้อมเจริญพันธุ์ (ปริมาณ 8 กรัม/กิโลกรัม ต่อวัน) จะลดน้ำหนัก
ของเนื้องอกเหลือ 64.1-64.7% ของน้ำหนักเนื้องอกของกลุ่มที่ไม่ได้รับสปอร์
  ซึ่งแสดงให้เห็นว่า สปอร์ที่พร้อมเจริญพันธุ์จะให้ผลออกฤทธิ์ทางชีวภาพสูงกว่าสปอร์แห้ง การเพิ่มการ ออกฤทธิ์ของสปอร์ที่พร้อมเจริญพันธุ์สามารถทำได้โดยการเพิ่มปริมาณสาร
อาหารที่ออกฤทธิ์ทางชีวภาพและเพิ่ม การผลิตของสารประกอบออกฤทธิ์ใหม่ๆ ในสปอร์สำหรับสปอร์แห้งก็นำมากระตุ้นหรือเพาะ
  ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าจากสปอร์ที่รับประทานในปริมาณที่เท่ากัน (8 กรัม/กิโลกรัม ต่อวัน) ชนิด ของสปอร์ที่รับประทานเข้าไปจะมีความสัมพันธ์ต่อการออกฤทธิ์ต่อต้านเนื้อ
งอก โดย สปอร์แตกตัว SBGS นั้นมีผล ต่อการเจริญเติบโตของเนื้องอกสูงกว่าสปอร์แบบอื่นๆ
อย่างเห็นได้ชัด และผลการต่อต้านเซลล์เนื้องอกของสปอร์แตกตัว SBGS จะมีมากขึ้นเมื่อเพิ่ม
ปริมาณของสปอร์ที่รับประทานเข้าไป ดังที่แสดงในรูปที่ 1-3 จะเห็นว่าการรับประทานสปอร์เห็ด
หลินจือแตกตัว SBGS (8 กรัม/กิโลกรัม ต่อวัน) จะสามารถลดน้ำหนักของเนื้องอกลงเหลือเพียง 14.1, 18.5 และ 16.6% ของน้ำหนักเนื้องอกของกลุ่มที่ไม่ได้รับสปอร์ ในขณะที่สปอร์ที่พร้อม
เจริญพันธุ์ (8 กรัม/กิโลกรัม ต่อวัน) จะลดน้ำหนักของเนื้องอกได้เหลือ 64.3, 64.7 และ64.1% ของกลุ่มที่ไม่ได้รับสปอร์
  ดังนั้นจากผลการทดลองจึงระบุได้ว่าร่างกายสิ่งมีชีวิตจะไม่สามารถนำสารอาหารที่
ออกฤทธิ์ในสปอร์มาใช้ได้อย่าง สมบูรณ์หากสปอร์ไม่ได้ผ่านกระบวนการทำให้แตกตัว นอกจาก
นั้นในระหว่างการรักษายังมีการพบสปอร์ทั้งชิ้น (whole spores) ในอุจจาระของมนุษย์และสัตว์ที่รับประทานสปอร์ที่ไม่ได้ผ่านการแตกตัวเข้าไปเราจึงระบุได้ว่าสปอร์นั้นไม่สามารถถูกย่อยสลาย
โดยน้ำย่อยของสิ่งมีชีวิต และจากการวิจัยก่อนหน้านี้ก็ไม่พบผลออกฤทธิ์ของสปอร์ที่ไม่แตกตัว
ต่อเซลล์มะเร็ง (HeLa cells)[14] ในการทดลองหลอดแก้ว อย่างไรก็ตามจากผลการทดลองนี้
แสดงให้ เห็นว่าสปอร์ที่ไม่แตกตัว โดยเฉพาะสปอร์ที่พร้อมเจริญพันธุ์ก็ยังมีการออกฤทธิ์ทาง
ชีวภาพในร่างกายสิ่งมีชีวิตแม้ว่าจะออกฤทธิ์ต่อต้านเนื้องอกได้น้อยกว่าก็ตาม
  เพื่อที่จะศึกษาเพิ่มเติมถึงผลของการต่อต้านเนื้องอกของสปอร์เห็ดหลินจือที่พร้อม
เจริญพันธุ์ ได้มีการสกัดน้ำมัน (Lipid) ที่เป็นส่วนผสมของสารอาหารที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพจาก
สปอร์แตกตัว SBGS โดยวิธี supercritical carbon dioxide extraction (น้ำมัน 37.5 กรัมได้จากสปอร์แตกตัว SBGS 100 กรัม) หลังจากการให้น้ำมันสกัดกับหนูในปริมาณ 5 กรัม/กิโลกรัม ต่อวัน พบว่า น้ำหนักของเนื้องอกทั้ง 3 ชนิด ลดลงไป 91.0, 89.5 และ 89.3% ของ น้ำหนักเนื้องอก
ของกลุ่มที่ไม่ได้รับสปอร์ ซึ่งผลการต่อต้านเนื้องอกของน้ำมันจากสปอร์แตกตัว SBGS ดังกล่าวสูง กว่าการรักษาโดยการฉายแสงอย่างมาก (รูป 1-3)

วิจัยน้ำมัน4

 รูปที่ 4 ผลการต่อต้านเนื้องอก (%) ชนิดเนื้องอกมะเร็งตับ ( ), เนื้อเยื่อมะเร็ง sarcoma S-180 ( )และเนื้อเยื่อมะเร็ง reticulocyte sarcoma L-II ( ) ของน้ำมันที่อยู่ภายในสปอร์เห็ดหลินจือที่พร้อมเจริญพันธุ์เมื่อรับประทานในปริมาณต่างๆ (0-3 กรัม/กิโลกรัม ต่อวัน) และของน้ำมันสกัดจากสปอร์เห็ดหลินจือที่พร้อมเจริญพันธุ์ (5 กรัม/กิโลกรัม ต่อวัน)

  รูปที่ 4แสดงความสัมพันธ์ของปริมาณน้ำมันสกัดจากสปอร์แตกตัว SBGS ที่รับประทานเข้าไปต่ออัตราการเจริญเติบโตของเนื้องอกทั้ง 3 ชนิด โดยปริมาณน้ำมันในสปอร์แตกตัว SBGS คำนวณโดยคิดเป็น 37.5% จากผล การทดลองจะพบว่า ปริมาณน้ำมันที่เพิ่มขึ้นจะสามารถต่อ
ต้านเนื้องอกได้เพิ่มขึ้น โดยหากใช้สปอร์แตกตัว SBGS 13.4 กรัม/กิโลกรัม ต่อวันหรือคิดเป็น
น้ำมัน 5 กรัม/กิโลกรัม ต่อวันจะสามารถต่อต้านเนื้องอกทั้งสามชนิดได้ถึง ประมาณ 90% ซึ่งแสดงให้เราเห็นว่า น้ำมันสกัดจากสปอร์แตกตัวSBGS และสปอร์แตกตัว SBGS นั้นมีประสิทธิภาพใน
การต่อต้านเนื้องอกอย่างมาก
  นอกจากนั้นเมื่อสิ้นสุดการทดลองแล้ว ยังไม่พบความเป็นพิษหรือผลข้างเคียงในการใช้้สปอร์เห็ดหลินจือ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะผิวหนัง ขน หรือพฤติกรรมของหนูที่ใช้ในการทดลอง และไม่มีความแตกต่างที่เห็นได้ชัดเจนของน้ำหนักตัวเฉลี่ยของหนูที่ใช้ทดลองในแต่ละกลุ่ม ซึ่งเป็น
ไปได้อย่างมากว่า สปอร์แตกตัว SBGS ของเห็ดหลินจือจะช่วยยืดอายุให้แก่ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งตับ และมะเร็งชนิดอื่นๆ และมีประโยชน์ในแง่ของการรักษาโรคโดยเป็นสารต่อ ต้านเนื้องอก ไม่ว่าจะใช้เฉพาะสปอร์เห็ดหลินจือเพียงอย่างเดียวหรือใช้ร่วมกับยาต้านมะเร็งชนิดอื่นๆ
  กลไกในการต่อต้านเนื้องอกของเห็ดหลินจือนั้นยังไม่เป็นที่เข้าใจแน่ชัด ในการศึกษา
วิจัยก่อนหน้านี้กล่าว ไว้ว่า สารโพลีแซคคาไรด์ในเห็ดหลินจือมีคุณสมบัติในการเพิ่มภูมิคุ้มกัน
ได้แก่ การยืดอายุของเซลล์เม็ดเลือดขาว Lymphocyte เพิ่มปริมาณการสร้างแอนติบอดี้ [15]
ต่อต้านความเป็นพิษต่อพันธุกรรม และต่อต้านเนื้อเยื่อมะเร็งต่างๆ [16]
  โพลีแซคคาไรด์ที่สกัดจากสปอร์เห็ดหลินจือจะเป็นพวกสารประกอบกลูแคน (complex glucan) ซึ่งภายในโมเลกุลนั้นค่าความสามารถในการแทนที่ (degree of substitution) ของส่วนที่เป็นโซ่หลักและความยาวของโซ่กิ่งในโมเลกุลจะมีความสำคัญต่อการออกฤทธิ์ทางชีวภาพ [15] โปรตีนอะซิดิกซึ่งอยู่รอบสารโพลีแซคคาไรด์ที่สกัด จากเห็ดหลินจือ จะมีผลโดยตรงต่อความสามารถในการทำลายเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดการอักเสบของผิวหนัง ชนิด 1 และ 2 (herpes simplex virus type 1 & 2) ซึ่งมีการรายงานไว้ว่าการติดเชื้อของ herpes simplex virus type 1 เป็น
ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดภูมิคุ้มกันบกพร่องในร่างกายมนุษย์ [6] ส่วน herpes simplex virus type 2 จะเป็นเชื้อ ไวรัสที่มีความสามารถในการเปลี่ยนเซลล์ปกติให้เป็นเซลล์เนื้อเยื่อมะเร็ง [17]
การค้นพบเมื่อไม่นานมานี้ยังชี้ให้เห็น ว่าผลการต่อต้านเนื้องอกของสารโพลีแซคคาไรด์ในเห็ด
หลินจือเป็นผลเนื่องจากการกระตุ้นของเซลล์เม็ดเลือดขาว macrophages และ T-lymphocytes ทำให้ปริมาณการผลิต cytokine ดีขึ้น [18] อย่างไรก็ตาม เมื่อใช้เห็ดหลินจือในปริมาณระดับหนึ่ง เราจะพบว่าประสิทธิภาพในการต่อต้านเนื้องอกนั้นไม่ได้เกิดจากโพลีแซคคาไรด์เพียงอย่างเดียว น่าจะมีส่วนประกอบอื่นๆ ที่ทำงานร่วมกัน เช่น สารไตรเทอร์พีน
  ไตรเทอร์พีน กรดกาโนเดอริค A, B, C และ D กรดลูซิเดนิค B และganodermanontriol เป็นสารประกอบหลักที่พบว่ามีผลออกฤทธิ์ทางชีวภาพสูงกว่าสารประกอบ
ตัวอื่นๆ ในเห็ดหลินจือ [19] สารออกฤทธิ์ในกลุ่มของไตร เทอร์พีนและสเตียรอยด์หลายตัวท
ี่สกัดได้จากเห็ดหลินจือนั้นสามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นสารขับพิษ ต่อต้านไวรัส และต่อต้านการอัก
เสบ [3] ส่วนสารที่มีรสขมบางตัว เช่น กรดลูซิเดนิค A, B, C, D, E, ลูซิโดน A และกรดกาโนเดอริค B และ C ที่พบในเห็ดหลินจือก็มีผลออกฤทธิ์ทางชีวภาพอื่นๆ อีกหลายอย่าง [20,21]
กรดกาโนเดอริคαซึ่งเป็นสารประกอบในกลุ่มของไตรเทอร์พีน และ สารประกอบอื่นๆ อีก 12 ชนิด ที่สกัดจากเห็ดหลินจือที่สกัดโดยใช้แอลกอฮอล์ พบว่ามีฤทธิ์เป็นสารต่อต้านเชื้อเอชไอวี-1 [3]
  กรดกาโนเดอริค, lucidumol B, ganodermanondiol, ganodermanontriol
และกรดกาโนลูซิดิค A นั้นมีส่วนช่วยต่อต้านระบบภูมิคุ้มกันบกพร่องจากเอนไซม์โปรติเอสของ
ไวรัสเอชไอวี-1 [13]
  กรดกาโนเดอร์มิค S ซึ่งเป็นสารไตรเทอร์พีนอยด์ตัวสำคัญที่สกัดได้จากเห็ด [22] และเป็นน้ำมันที่ออกฤทธิ์ทางชีวภาพ [23,24] มีผลในการลดการอุดตันของลิ่มเลือด [2] กรดกาโนเดอริค A ในเห็ดหลินจือ เป็นตัวต่อต้าน β-glucuronidase และช่วยปกป้องตับอักเสบจาก CCl4 [25]
  กรดกาโนเดอริค A, B, G และ H และสารประกอบ C6 ที่สกัดจากเห็ดหลินจือก็เป็นสารประกอบที่ช่วยต่อ ต้านความเจ็บปวด [26] ในผู้ป่วย 2 รายที่เป็นโรคปวดประสาทที่เกิดจากเชื้อ
ไวรัส herpes zoster (จำพวกงูสวัด) และผู้ป่วยอีก 2 รายที่เป็นโรคผิวหนังอักเสบพุพองขั้น
รุนแรง พบว่าอาการเจ็บปวดลดน้อยลงอย่างมากหลังจากที่รับประทานเห็ดหลินจือสกัดในน้ำร้อน [27]
  กรดลูซิเดนิคโอ(O), lucidenic lactone และ cerevisterol ในเห็ดหลินจือ
เป็นไตรเทอร์พีนอยด์ที่สามารถยับยั้งปฏิกิริยาeukaryotic DNA polymerase [28] เมื่อมีการใช้
สปอร์เห็ดหลินจือในการรักษาผู้ป่วยที่เป็นมะเร็ง ปากมดลูก พบว่าสามารถช่วยลดการเจริญเติบ
โตของเซลล์มะเร็งเนื่องจากสารออกฤทธิ์ในสปอร์อาจจะเป็นตัวป้อง กันการสังเคราะห์ DNA
ในระยะเริ่มต้นและช่วยลดระดับแคลเซียมในเซลล์ลงอย่างมาก [14]
  เห็ดหลินจือยังสามารถกระตุ้นการทำงานและช่วยยืดอายุของยีน cytokine ในเซลล
์เม็ดเลือดขาวชนิด T lymphocytes[29] ซึ่งความสามารถในการต่อต้านเนื้องอกของเห็ดหลินจือ
ส่วนหนึ่งเป็นผลจากสาร cytokine ที่ถูก หลั่งออกมาจากเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด T lymphocyte และ macorphages เห็ดหลินจือช่วยเสริมสร้างการผลิต cytokine ได้แก่ interleukin-1 interleukin-6, tumor necrosis factor (TNF) และ interferon ซึ่งทำงานร่วมกัน ในการต่อต้าน
การเติบโตของเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวและทำลายเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว [18]
  เห็ดหลินจือยังมีสารประกอบจำนวนมากที่ออกฤทธิ์ต่อสมองซึ่งสามารถเสริมสร้างการ
แบ่งตัวของเซลล์ประสาทและกลไกภายในระบบประสาทที่ป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อ
เซลล์ประสาท [10] นอกจากนั้นสารแอนตี้ ออกซิแดนท์และสารต้านอนุมูลอิสระในเห็ดหลินจือ
อาจจะมีบทบาทสำคัญในการต่อต้านการเสื่อมสภาพของน้ำมันในระบบทางชีววิทยาของร่างกาย
จากปฏิกิริยาออกซิเดชั่น [7]
  โดยสรุปแล้ว หากนำสปอร์แห้งมาเพาะให้เจริญพันธุ์จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการออกฤทธิ์ของสปอร์ ใน การทดลองในห้องวิจัยพบว่าเมื่อสปอร์ถูกทำให้แตกตัวเต็มที่ สารออกฤทธิ์ที่
อยู่ในสปอร์ที่พร้อมเจริญพันธุ์จะถูก ปล่อยออกมาและสามารถถูกดูดซึมได้ทั้งหมด ดังนั้น
สปอร์แตกตัว SBGS ของเห็ดหลินจือจึงมีผลในการต่อต้านเนื้องอกอย่างมาก โดยเฉพาะการป้องกันการประทุและการลุกลามของเซลล์มะเร็ง นอกจากนั้นยังพบว่าสปอร์แตกตัว SBGS ยังช่วยลดความเป็นพิษและผลข้างเคียงของการรักษาโดยการฉายแสงและการทำคีโม ดังนั้นการรักษาโดย การฉายแสงและการทำคีโมควบคู่ไปกับการรับประทานสปอร์แตกตัวSBGS จะทำให้เกิดผลที่ดี
การศึกษาคุณสมบัติในการต่อต้านเนื้องอกของสปอร์แตกตัว SBGS ยังคงอยู่ในขั้นตอนของการ
ศึกษาเพิ่มเติมต่อไป
 
 
เอกสารอ้างอิง
[1] F.C. Yang, Y.F. Ke, S.S. Kuo, Effect of fatty acids on the mycelial growth and polysaccharide formation by Ganoderma lucidum in shake flask cultures, Enzyme Microb. Technol. 27 (2000) 295–301.
[2] C.Y. Su, M.S. Shiao, C.T. Wang, Potentiation of ganodermic acid S on prostaglandin E1-induced cyclic AMP elevation in human platelets, Thromb. Res. 99 (2000) 135–145.
[3] S. El-Mekkawy, M.R. Meselhy, N. Nakamura, Y. Tezuka, M. Hattori, N. Kakiuchi, K. Shimotohno, T. Kawahata, T. Otake, Anti-HIV-1 and anti-HIV-1-protease substances from Ganoderma lucidum, Phytochemistry 49 (1998) 1651–1657.
[4] M. Arisawa, A. Fujica, M. Saga, H. Fukumura, T. Hayashi, M. Shimizu, N. Morita, Three new lanostanoids from Ganoderma lucidum, J. Nat. Prod. 49 (1986) 621–625.
[5] A.L. Weis, Therapeutic effects of substances occurring in higher basidiomycetes mushrooms: a modern perspective, Crit. Rev. Immunol. 19 (1999) 65–96.
[6] Y.S. Kim, S.K. Eo, K.W. Oh, C.K. Lee, S.S. Han, Antiherpetic activity of acidic protein bound polysaccharide isolated from Ganoderma lucidum alone and in combinations with interferons, J. Ethnopharmacol. 72 (2000) 451–458.
[7] G.C. Yen, J.Y. Wu, Antioxidant and radical scavenging properties of extracts from Ganoderma tsugae, Food Chem. 65 (1999) 375–379.
[8] K.C. Kim, I.G. Kim, Ganoderma lucidum extract protects DNA from strand breakage caused by hydroxyl radical and UV irradiation, Int. J. Mol. Med. 4 (1999) 273–277.
[9] S.P. Wasser, A.L. Weis, Medicinal properties of substances occurring in higher Basidiomycetes mushrooms: current perspective (review), Int. J. Med. Mushrooms 1 (1999) 31–62.
[10] W.M.W. Cheung, W.S. Hui, P.W.K. Chu, S.W. Chiu, N.Y. Ip, Ganoderma extract activates MAP kinases and induces the neuronal differentiation of rat pheochromocytoma PC12 cells, FEBS Lett. 486 (2000) 291–296.
[11] S.K. Eo, Y.S. Kim, C.K. Lee, S.S. Han, Antiherpetic activities of various protein bound polysaccharide isolated from Ganoderma lucidum, J. Ethnopharmacol. 68 (1999) 175–181.
[12] S.K. Eo, Y.S. Kim, C.K. Lee, S.S. Han, Antiviral activities of various water and methanol soluble substances isolated from Ganoderma lucidum, J. Ethnopharmacol. 68 (1999) 129–136.
[13] B.S. Min, N. Nakamura, H. Miyashiro, K.W. Bae, M. Hattori, Triterpenes from the spores of Ganoderma lucidum and their inhibitory activity against HIV-1 protease, Chem. Pharm. Bull. 46 (1998) 1607–1612.
[14] H.S. Zhu, X.L. Yang, L.B. Wang, D.X. Zhao, L. Chen, Effects of extracts from sporoderm-broken spores of Ganoderma lucidum on HeLa cells, Cell Biol. Toxicol. 16 (2000) 201–206.
[15] X.F. Bao, C.P. Liu, J.N. Fang, X.Y. Li, Structural and immunological studies of a major polysaccharide from spores of Ganoderma lucidum (Fr.) Karst., Carbohydr. Res. 332 (2001) 67–74.
[16] H.S. Kim, S. Kacew, B.M. Lee, In vitro chemopreventive effects of plant polysaccharides (Aloe barbadensis Miller, Lentinus edodes, Ganoderma lucidum and Coriolus versicolor), Carcinogenesis 20 (1999) 1637–1640.
[17] K.W. Oh, C.K. Lee, Y.S. Kim, S.K. Eo, S.S. Han, Antiherpetic activities of acidic protein bound polysaccharide isolated from Ganoderma lucidum alone and in combinations with acyclovir and vidarabine, J. Ethnopharmacol. 72 (2000) 221–227.
[18] S.Y. Wang, M.L. Hsu, H.C. Hsu, C.H. Tzeng, S.S. Lee, M.S. Shiao, C.K. Ho, The anti-tumor effect of Ganoderma lucidum is mediated by cytokines released from activated macrophages and T lymphocytes, Int. J. Cancer 70 (1997) 699–705.
[19] M. Zhu, Q. Chang, L.K. Wong, F.S. Chong, R.C. Li, Triterpene antioxidants from Ganoderma lucidum, Phytother. Res.13 (1999) 529–531.
[20] T. Nishitoba, H. Sato, S. Sakamura, New terpenoids from Ganoderma lucidum and their bitterness, Agric. Biol. Chem. 49 (1985) 1547–1549.
[21] T. Nishitoba, H. Sato, T. Kasai, H. Kawagishi, S. Sakamura, New bitter C27 and C30 terpenoids from the fungus Ganoderma lucidum, Agric. Boil. Chem. 49 (1985) 1793–1798.
[22] M.S. Shiao, L.J. Lin, Two new triterpenes of the fungus Ganoderma lucidum, J. Nat. Prod. 50 (1987) 886–890.
[23] C.N. Wang, J.C. Chen, M.S. Shiao, C.T. Wang, The aggregation of human platelet induced by ganodermic acid S, Biochim. Biophys. Acta 986 (1989) 151–160.
[24] C.N. Wang, J.C. Chen, M.S. Shiao, C.T. Wang, The inhibition of human platelet function by ganodermic acid S, Biochem. J. 277 (1991) 189–197.
[25] D.H. Kim, S.B. Shim, N.J. Kim, I.S. Jang, b-Glucuronidaseinhibitory activity and hepatoprotective effect of Ganoderma lucidum, Biol. Pharm. Bull. 22 (1999) 162–164.
[26] K. Koyama, T. Imaizumi, M. Akiba, K. Kinoshita, L. Takahashi, A. Suzuki, S. Yano, S. Horie, K. Watanabe, Y. Naoi, Antinociceptive components of Ganoderma lucidum, Planta Med. 63 (1997) 224–227.
[27] Y. Hijikata, S. Yamada, Effect of Ganoderma lucidum on postherpetic neuralgia, Am. J. Chin. Med. 26 (1998) 375–382.
[28] Y. Mizushina, N. Takahashi, L. Hanashima, H. Koshino, Y. Esumi, J. Uzawa, F. Sugawara, K. Sakaguchi, Lucidenic acid 160 X. Liu et al. / Cancer Letters 182 (2002) 155–161
 Insert body text here ...

sideBar

You are viewing the text version of this site.

To view the full version please install the Adobe Flash Player and ensure your web browser has JavaScript enabled.

Need help? check the requirements page.


Get Flash Player